บทความพระพุทธศาสนา

รู้จักไมเกรน โรคที่กำลังคุกคามสังคมเมือง

24 เมษายน 2014 | สุขภาพ

ในยุคของความเร่งรีบและการทำงานหนัก ความกดดันและความเครียดกลายเป็นสิ่งที่คุกคามเราอยู่เกือบจะทุกเวลาตั้งแต่รุ่งสางจนเย็นย่ำ เราชินชากับความหม่นเศร้าและอารมณ์ด้านลบที่เข้ามามากมายในแต่ละวัน จนทำให้วิถีชีวิตของผู้คนในสังคมเมืองเต็มไปด้วยปัญหารุมเร้า ทั้งโรคภัยไข้เจ็บยอดฮิตอย่าง “ไมเกรน” กลายเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตของผู้คน เมื่อใดที่อาการของมันเปิดเผยตัวออกมา เมื่อนั้นความทุกข์ทรมานจากการปวดหัวก็เข้าจู่โจมเราอย่างรวดเร็วและหากเราจะพูดถึงโรคไมเกรน เชื่อว่าหากใครที่เคยได้เป็นแล้วจะต้องมีอาการปวดอย่างทรมานศีรษะอย่างมาก วันนี้เราจึงจะมาพูดถึงอาการของโรคไมเกรนที่คุกคามคนในสังคมเมืองอย่างละเอียดชัดเจนมากขึ้นค่ะ

Doctor-with-headache-stressed1

สาเหตุของการเกิดโรคไมเกรน
จากคำตอบของผู้เชี่ยวชาญ โรคไมเกรนยังคงมีสาเหตุที่ไม่แน่ชัด แต่เชื่อกันว่าเกิดจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในสมอง โดยเฉพาะส่วนของหลอดเลือดภายในสมอง สารที่มีผลต่อการอักเสบของปลายประสาท หรือแม้กระทั่งการส่งต่อทางพันธุกรรมก็ส่งผลให้เราเสี่ยงที่จะเกิดโรคไมเกรนขึ้นมาได้ โดยความผิดปกติจากหลอดเลือดสมองที่มีการทำงานเกิดการกระตุ้นประสาทให้มีการไหลเวียนเลือดเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงระยะเวลาหนึ่ง จากนั้นหลอดเลือดจะมีการหดตัว ทำให้เลือดไหลเวียนได้น้อยลง ส่งผลให้ประสาทเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นำมาซึ่งอาการปวดหัวไมเกรน

woman-having-flu-takes

การป้องกันและรักษาเมื่อพบว่าตนเองเป็นไมเกรน
อาการโดยทั่วไปที่เราพบได้เมื่อมีอาการปวดหัวไมเกรนก็คือ การปวดหัวแบบครึ่งซีก ลักษณะการปวดจะเต้นตามแรงของชีพจร อาการปวดที่เกิดขึ้นมักจะคงตัวอยู่ประมาณ 4 ชั่วโมงหรืออาจจะมากถึง 72 ชั่วโมง ในบางรายที่มีอาการรุนแรงอาจจะมีอาการเวียนหัว อาเจียน หน้ามืด และเห็นแสงวาบร่วมด้วยได้ เมื่อพบว่าตัวเองเป็นไมเกรน จะต้องคอยหลีกเลี่ยงปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้น อย่างแสงแดด ความร้อน กลิ่นบุหรี่ ความเครียดกังวล จิตใจที่เป็นลบ อาหารที่มีรสจัดทุกชนิด อาหารมัน เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน น้ำหวาน และน้ำอัดลม เป็นต้น ส่วนผู้ที่มีอาการปวดอย่างต่อเนื่องและเป็นมานานอาจจะต้องได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างถูกวิธีโดยการใช้ยารักษาร่วมด้วยกับการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่กล่าวมาข้างต้น

สำหรับโรคไมเกรนในปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่เราจะต้องพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หลีกเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดอาการ ร่วมกับการรักษาด้วยยา ก็จะทำให้อาการปวดของเรานั้นทุเลาลงไป และสามารถมีชีวิตที่ปกติสุขได้มากขึ้น

Share Post

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook