บทความพระพุทธศาสนา

ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่หลายคนต้องรู้จักไว้

8 มีนาคม 2014 | สุขภาพ

โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) นับเป็นอีกหนึ่งโรคที่เกิดขึ้นได้อย่างเงียบๆ โดยที่คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยรู้ว่าตัวเองป่วยเป็นความดันโลหิตสูงและยังเป็นโรคที่เกิดขึ้นมากมายในปัจจุบันอีกด้วย นอกจากนี้แล้ว หากปล่อยไว้นานๆ ไม่ได้รับการรักษาก็อาจจะพ่วงมาพร้อมโรคร้ายอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายอีกมาก ดังนั้น วันนี้เราคงปล่อยให้โรคนี้คืบคลานในร่างกายนานไปไม่ได้แล้ว ว่าแล้วก็ตามมาทำความรู้จักโรคนี้กันเพิ่มเติมดีกว่าค่ะ

ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่หลายคนต้องรู้จักไว้

ทำความรู้จักโรคความดันโลหิตสูงให้มากขึ้น
โดยปกติแล้ว ร่างกายของคนเราจะมีความดันโลหิตเพื่อทำหน้าที่ผลักดันเลือดไปหล่อเลี้ยงตามอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย โดยอัตราการเต้นของหัวใจปกติจะอยู่ที่ประมาณ 60-80 ครั้ง ความดันก็จะเพิ่มขึ้นขณะที่หัวใจเกิดการบีบตัวและมีความดันลดลงในขณะที่หัวใจของเราคลายตัวลง ทั้งนี้ ปกติคนเราจะมีระดับความดันโลหิตอยู่ที่ 120/80-139/89 มิลลิเมตรปรอทและองค์การอนามัยโลกก็ได้กำหนดไว้ว่า ใครมีความดังโลหิตสูง 140/90 มิลลิเมตรปรอทจะถือว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่หลายคนต้องรู้จักไว้

แต่อย่างไรก็ตาม ระดับความดันโลหิตของคนเราย่อมไม่เท่ากันได้ตลอดเวลา เนื่องจากขึ้นอยู่กับปัจจัยความเกี่ยวข้องต่างๆ ภายรอบตัวเรา เช่น สภาพแวดล้อม ท่าทางและอากัปกิริยา เช่น ถ้าตรวจวัดความดันโลหิตในท่าที่นอนก็อาจจะมีค่าสูงกว่าท่ายืน รวมทั้งช่วงเวลาในระหว่างวัน สภาพจิตใจ อารมณ์ อายุ เพศและความเครียด เป็นต้น ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ระดับของความดันเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และที่น่าเศร้าใจไปกว่านั้น ในปัจจุบันมีผู้ป่วยกว่า 70% ที่มักไม่รู้ตัวว่าตนเองเป็นโรคความดันโลหิตสูง จนทำให้ขาดโอกาสในการรักษาตลอดจนวิธีการดูแลปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมถูกต้อง จนกระทั่งเมื่อร่างกายมีความผิดปกติมากๆ แล้ว หรือจนกว่าจะได้ตรวจพบแล้วนั่นเองจึงได้รับการรักษาโดยตรง ทว่าบางครั้งก็นับว่าเป็นการรักษาที่อาจไม่ทันท่วงทีแล้ว

ความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่หลายคนต้องรู้จักไว้

โรคความดันโลหิตสูงนำไปสู่โรคร้ายอื่นๆ ได้
โรคความดันโลหิตสูงหากผู้ป่วยมีระดับความดันที่ส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างไม่สม่ำเสมอกันแล้ว ย่อมนำมาสู่โรคร้ายต่างๆ ได้ เช่น โรคหลอดเลือดในสมองตีบ โรคหลอดเลือดหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจ เส้นเลือดสมองแดงใหญ่เกิดการโป่งพอง โรคไตวายและเกิดอัมพฤกษ์อัมพาตได้ เป็นต้น โดยโรคต่างๆ เหล่านี้ย่อมทำให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตลงอย่างฉับพลันได้

ดังนั้นแล้ว จงอย่าปล่อยปละละเลยการดูแลสุขภาพ อย่างแรกควรทำใจให้สบาย ไม่เครียด ให้สุขภาพร่างกายได้อยู่ในสภาวะจิตใจที่ผ่อนคลาย ปลอดโปร่ง และหมั่นออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์อยู่เสมอ พร้อมกันนี้ อย่าลืมหมั่นพาตัวเองเข้าตรวจสุขภาพเป็นระยะเพื่อเช็คระดับความดันโลหิตไปพร้อมกันด้วย ก็จะสามารถช่วยป้องกันได้แล้วค่ะ

Share Post

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook